ภัตตาคารที่ให้บริการเมนูอาหาร ทำจากเนื้อสุนัข กำลังล้มหายตายจากในเกาหลีใต้ เนื่องจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ไม่ให้ความนิยม และการเลี้ยงสุนัขเป็นสัตว์เลี้ยงในครอบครัวกำลังเติบโต แต่ผลการสำรวจความคิดเห็นสาธารณะหลายครั้ง เมื่อไม่นานมานี้ พบว่า มีเสียงคัดค้านการห้ามเนื้อสุนัขมากขึ้น แม้ว่าประชาชนจำนวนมาก ไม่กินเนื้อสุนัขก็ตาม

แถลงการณ์ร่วมของ 7 หน่วยงานรัฐบาลเกาหลีใต้ รวมถึงกระทรวงเกษตร เมื่อวันพฤหัสบดี ระบุว่า รัฐบาลเกาหลีใต้ตัดสินใจตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่รัฐ ผู้เชี่ยวชาญภาคเอกชน และตัวแทนจากองค์กรต่างๆ ทำการศึกษา และเสนอคำแนะนำแก่รัฐบาล ในการออกกฎหมายห้ามการบริโภคเนื้อสุนัขในเกาหลีใต้ คณะทำงานฯ จะรวบรวมข้อมูล จากฟาร์มเลี้ยงสุนัขเพื่อการบริโภค รวมทั้งภัตตาคารร้านอาหาร และรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน

นายคิม บู-คยุม นายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้ กล่าวว่า ปัจจุบันจำนวนครอบครัวชาวเกาหลีใต้ ที่เลี้ยงสุนัขเป็นสัตว์เลี้ยงประจำครอบครัว สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และประชาชนให้ความสนใจต่อสิทธิและสวัสดิภาพของสัตว์มากขึ้น แต่ความเคลื่อนไหวของรัฐบาลในการออกกฎหมาย ซึ่งมีเป็นครั้งแรก ไม่ได้รับประกันว่าจะประสบความสำเร็จโดยง่ายดาย

ทางด้าน นายจู ยองบอง เลขาธิการสมาคมผู้เลี้ยงสุนัขเพื่อการบริโภคในเกาหลีใต้ กล่าวว่า การตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจของรัฐบาล ไม่มีอะไรมากไปกว่า ความเป็นทางการ ก่อนการปิดฟาร์มและร้านอาหารจำหน่ายเนื้อสุนัข รัฐบาลกำลัง “เหยียบย่ำ” สิทธิของประชาชน ในการบริโภคสิ่งที่ต้องการ และสิทธิที่จะอยู่รอดของเกษตรกรผู้เลี้ยงสุนัข

จากข้อมูลของสมาคมผู้เลี้ยงสุนัขเพื่อการบริโภคในเกาหลีใต้ ระบุว่า ในแต่ละปีมีสุนัขถูกฆ่าเพื่อเป็นอาหารในเกาหลีใต้ ประมาณ 1 ล้านถึง 1.5 ล้านตัว จำนวนลดลงหลายล้านตัว จากเมื่อประมาณ 10 – 20 ปีก่อน ปัจจุบันมีเกษตรกรหลายพันราย เลี้ยงสุนัขเพื่อการบริโภคในเกาหลีใต้ รวมประมาณ 1 – 2 ล้านตัว นายจู กล่าวว่า เกษตรกรผู้เลี้ยงสุนัข ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวชนบท ฐานะยากจน ต้องการให้รัฐบาลอนุญาตให้บริโภคเนื้อสุนัขในประเทศ โดยไม่ผิดกฎหมาย ต่อไปอีกประมาณ 20 ปี ซึ่งคาดว่าความนิยมบริโภคจะลดน้อยลงเรื่อยๆ จนหมดไปเมื่อถึงเวลานั้น